ตอนที่(12)(9209)ดอกกระเต็น2เนฟอ่านบทกวีของถัง
ตอนมาหาดูไร่กัญชาชนิดเดินไปไม่เจาะจง แต่ดันไปพบสิ่งอื่นควบมา ในดินแดนแคว้นถิ่นกัญชา(Cannabis)
เนฟก็วางแผนจะพาสิ่งอื่นมาประกอบมาถูๆไถๆไปด้วย เพื่อเข้าทำรายงานชิ้นที่ไร้เงาอมตะ
แต่ถ้ามันไร้สาระท่านผู้ตรวจงานก็เขี่ยลงถังขยะไปเอง
แต่ทั้งนี้เพื่อเขียนนิพนธ์ได้มีชีวิต จึง แวะมาดูกาแฟโรบัสต้าด้วย ไร่ของเขาๆ ไร่ตาเคลมผู้หงอยเหงาเพราะเป็นกม้ายโสดด้วยเพราะเมียตาย
แกทำโรบัสต้ากาแฟปลูกแบบไว้กินเอง ผลสีเป็นสีลูกผลเชอร์รี่เต็มต้นก้านและกิ่งแทบหักกนักลูกและดอกเพราะขึ้ควายดำที่แกพูน
อันนี้กว่าจะดูแลมันได้ถึงขนาดนี้มันยากมากแต่เขาก็ปลูกเพราะเขาติดมันงอมแงมที่นี่ "ตาเคลมเสริม ไม่ขายเพราะไม่คุ้มค่าเหนื่อย กินเอง"
ผลกาแฟโรบัสต้าสายพันธ์นี้จะมี
เมล็ดในผ่าซีกจากรอยประกบกัน มันมีรอยผ่าซีกและตรงกลางของผ่าซีกนั้นมันเป็นเส้นตรงตรงกลางของซีกเมล็ด ต้นมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆตาเคลมไม่ตัดแต่งกิ่งเลย
ถ้ามิใช่เส้นตรงดังที่บอกเป็นกาแฟสายพันธุ์อื่นคือ บิดงอเบี้ยว
เวลาคั่วเหมือนเราคั่วถั่วลิสงทำน้ำพริกน้ำยาขนมจีน
ทำอย่าให้ไหม้ ถ้าไหม้รสจะขม
คั่วไปนานแล้วจะหอม
สีกาแฟทีทตำเป็นสีช็อกโกเล็ตกำลังดีแล้ตำละเอียดด้วยครกหิน ตำช้า ๆอย่าเร่งอย่างตำน้ำพริกกะปิที่แม่ครัวเร่งอย่างสนุกมือ ที่เคยพานพบกัน
ถ้าทำไม่ได้งี้! งั้นต้องซื้ออุปกรณ์คั่วอุปกรณ์บด/อุปกรณ์กลั่นชง และกระปุกสุญญากาศกันกลิ่
นกาแฟคั่วหนีหายและกันความชื้นที่ทำให้รสมันน่าเกลียดและจะจืดชืด
ที่เมืองจินี้รสกาแฟของเขานี้มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์รสอีกด้วยและมีกฎหมายแบ่งเขตวันเวลาให้คนซื้อกาแฟนอกกินได้อีกด้วย
เนฟงง! ทันทีที่ซูกิกล่าวจบ เนฟคิดว่านี่เป็นเรื่องสิทธิในรัฐธรรมนูญของเขา
ที่ละแวกชุมชนเดียวดายเปลี่ยวเปล่าแห่งนี้ มีหมา2-3ตัวกำลังหยอกล้อเล่นกัน
แต่นี้ดูแล้วบางครัวเรือนมีปมแ
ปลกๆแสดงออกทางสายตาที่เขาเพ่งมามองมา ที่เนฟแขกผู้ไม่ได้ถูกรับเชิญมาในวันนี้
ที่นี่มีขโมยตอนกลางคืน
มีการทรยศหักหลังกันมนกลุ่ม
มีปัญหาชีวิต มีฆาตกรที่พ้นโทษแล้วแต่เขากินกาแฟดิบ ๆ เก่งคือเมล็ดสุกสีเชอร์รี่ กินแบยกระจ้อาใช้ฟันแทะแต่กระจ้อนกระรอกไม่กินเมล็ดกาแฟสุก ถ้าชะมดคงไม่มีเหลือ แต่ที่ทนี่ชะมดไม่มี
ตาเคลมและเพื่อนมนชุมชน เลี้ยงไก่เถื่อนไว้ แต่มีคนมาลักไข่ไก่เถื่อนๆของแกไป ที่นี่แพงมากหลายคนพอเห็นเนฟเดินเข้ามาในหมู่บ้าน.
ทุกคนคิดว่าเนฟมาหาซื้อไก่เถื่อน ที่จริงเนฟเพียงมาเที่ยว
ไก่เถื่อนที่นี่ถือว่าเป็นเทพเจ้
าของเขาเขาไม่กิน
และห้ามใครที่นี่กิน
ไก่เถื่อนทีนี่ ชุมชนมุมแปดศอก!ไก่ชนิดนี้มันเป็นเครื่องหมายของนาฬิกา
คือมันจะขันตามเวลาและอากั
ปกิริยาของมันเพรียวมาก
ถ้าไม่ใช่มืออาชีพจริงจริงๆจะจับมันไม่ได้ แมวแครวทุกขนิดชิดซ้าย.
เขาจึงไปป่าล่ารังมัน เพื่อหาไข่ไก่เถื่อนแล้วมาให้แม่ไก่ชนที่ชุมชนแปดศอกฟัก หรือให่แม่ไก่ตะเภาฟักเป็นตัวต่อมาได้
เขาจึงจะได้กไก่เถื่อนสมใจนึก
การฟักใช้เวลาเป็นแรมเดือน
ที่ชุมชนนี้เขาชอบและชอบปลูกผักกินเองเขาใช้ขึ้เถ้าเป็นปุ๋ยเขาไม่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงทุกชนิด เขาไม่เคยซื้อผักกินเอง อยากจะกินอะไรก็ปลูกสิ่งนั้น เช่นผักชี ผักคึ่นฉ่าย
วิธีปลูกของชุมชนแปดศอกไม่ยาก มีคือใจเย็นเป็นหลัก
ถ้าเมล็ดมันไม่งอกหรือเมล็ดผักเก่าเก่าไปเขาใช้วิธีนำเมล็ดผักแช่น้ำอุ่นตากแห้งหรือและแช่น้ำเย็นค้างคืน
และหาที่บ่มพักที่มีอุณหถูมิพอเหมาะไม่ร้อนเกินไม่เย็นเกิน
รดน้ำพอประมาณ ให้ถูกแสงแดดต่อวันพอเหมาะ
หรือแบบ ปลูกทิ้งๆไว้แล้วนานวันจึงแวะไปดู
ที่ชุมชนแปดศอก เขาทำกันแบบนี้ทุกครัวเรือน ไม่ว่างวันนั้นถ้าว่างจะแวะไปชุมชนสี่วาด้วยที่เขาปลูกเลี้ยงต้นไม้กินคน
ชุมชนแปดศอกนี้มีอีกชื่อนึงว่าชุมชน"เอคคา""เป็นชุมชอันเก่าแก่ยิ่งของเมืองจิ มีอารยธรรมเป็นของตนเอง
สำหรับเนฟถ้าจะดูดบุหรือ
ดูดกัญชา เนฟมีวินัยตนเอง
คือเวลาดูดเขาจะไม่ดูดแบบหืดเข้าควันกัญชาเข้าไปภายในร่างกาบให้ควันท่วมปอด แล้วส่งออกทางรูจมูกสองข้าง เพราะถ้าเนพรู้ว่าถ้าทำงั้น พิษกัญชาจะเข้ากระแสเลือด เนฟไม่ชอบหาทำ
เนฟพบว่าที่สำคัญเวลาสูบกัญชาแล้วขับรถจะ"หลับใน"ได้ ไม่รู้เป็นอะไร? เวลาดูดกัญชาแล้วคือมันแล้วหนังตาจะหย่อนตามมาเสมอ
" ถ้าไม่ทำตามนี้ " และเมื่อเนฟกลับเบลนดิสกี
ตำรวจที่เบลนดิสกี จะตรวจเลือด
ถ้าตำรวจเบลนดิสกีพบว่าเนพมีกัญชาในกระแสเลือด
เนพจะถูกตำรวจเบลนดิสกีคุมตัว
ไว้ที่สนามบินและหมอตำรวจจะรักษาเนพจนหายเป็นปกติกานคือไม่มีกัญชาในกระแสเลือดแล้ว
ตำรวจเบลนดิสกีจึงปล่อยตัวคนเสพติดกัญชาที่เข้ากระแสเลือดไปทันทีต่อจากการรักษาเป็นกฎหมายที่เบล็นด์
เนพกลัวอิสระภาพในชีวิตยิ่งกว่า
อะไรอื่นอีกในชีวิตนี้ จึงเชื่อกฎหมายดีกว่า
เนพเมื่อมาวิจัยกัญชาและดูดมั่วสุมกับเพื่อนชื่อ"สูกิ"ตลอดเวลาการทำวิจัยกัญชาที่เมืองจินี้
เนพไม่เคยใช้ช่อดอกสูบอย่างที่
สิงห์และเซียนกัญชาเรียกว่ากระเต็นมวนสูบ
ที่คนติดกัญชานิยมมากในเมืองจิ
โบตินี้
ต้นกัญชาเป็นพืชอายุสั้น
มีเพศเมีย มีขนอุยมาก
เพศผู้ ไม่มีขนออุย มีกระโปกสองตุ่มตามง่าม
และจรอุยนิดนึงตามง่ามกิ่ง
และกระเทยมีทั้งสองอย่างแต่น้อยจนสังเกตยาก
ช่อดอกจะมีทุกเพศในช่อดอก
จะมีเมล็ด เพศเมียมีมากสุด เมื่อออกกระเต็นแล้วอีกไม่นานกัญชาก็จะตาย
กัญชามิใช่พืชกระถางสำหรับประดับแต่เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในป่าโปร่งดิบมีแสงอาทิตย์สลัว ๆ ทั้งวันบ้าง กัญชาจะขึ้นได้ดี กัญชาไม่ชอบน้ำมาก ตัวตั๊กแตนและหอยทากและจิ้งหรีดชอบกัดกินยอดเพสลาดใบต้นยอดตามลำดับของศัตรูกัญชาตีวยง
เนพพบว่ากัญชาปลูกยากกว่าพืชเสพติดกระท่อม
ฉะนั่นกัญชาจึงแพง
กัญชาเป็นพืชถูกควบคุมเสียโดมากโดยสากล แบบฝิ่นแต่ทั้งสองอย่างนี้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนโบราณมากที่เมืองจิๆปล่อยเสรีหมดแต่ห้ามส่งออกนอกเมืองจิเด็ดขาด
คำประกาศ: ส่วนสำหรับที่เมืองจิโบตินี้เสรีกัญชาในทุกกรณีแต่ห้ามผู้ใดหหรือใครๆนำนอกนอกประเทศ เหตุผล ไม่มีคำตอบจากคนในเมืองนี้ให้เนฟพอใจเลยและมีเอกสารแนบท้ายในบทบัญญัติของเขา
คือทุกคนที่เนฟสัมภาษณ์เขาจะตอบว่า"ไม่รู้
เหมือนกัน"
ต่อไป เป็นเรื่องราวในบทความนี้ บทความนี้เกิดขึ้นมีอยู่จริงในหนังสือพิมพ์"เสียงชาวจิ" ฉบับเช้า
เนฟอ่านพบและก็หัวเราะแล้วก็คิดต่อไปว่า:=
คนที่นี่คงมีเแนวคิดดังนี้ คือคนคิดที่มีแนวคิดมโนธรรมที่มีดาษดื่นในโลกนี้เช่นกัน
มิใช่มีแต่เนฟคือตนเองเท่านั้น ที่จะคิดแบบมีมโนธรรมบวกลบนี้ออกมาดังปรากฎในความเขียนททั้งหมดที่พบ
ที่มีความคิดที่เดินสู่สังคมอันสงบและมีเสียงสงัดนี้อยู่คนเดียว
อันที่จริง " เอว"เมียรักเป็นที่ปรึกษาได้ดีเมื่อเนฟคิดจะทำอะไร? แต่เนฟก็เกรงใจที่จะถามอะไรเธอ
นอกจากความเป็นเมียที่เธอมีโดยชอบและเธอก็พอใจในความเป็นเราสองสามีภริยาที่ดีต่อกันตลอดมาด้วยดีหลังหมั้นและแต่งงาน
" เท่านั้นพอ"
สำหรับเนฟและ
ส่วนเอวก็ไม่ได้เสนอตัวว่าอะไรว่าอะไรที่ควรจะมีดีๆหรืออะไรที่ไม่ดีๆ.
แต่เอวเธอจะคล้อยตามผัวของเธอเป็นเสมอ
เธอ! ไม่เคย ค้านต่อทัศนคติของผัวเนฟเลยนับจากการแต่งงานกันมา
" แต่เธอจะอมยิ้มรับเสมอ"กับผัว
นั่นคือคุณสมบัติในความเป็นเมียของเธอที่เนฟพบ
เธอยิ้มรับ ให้เสมอเหมือนผัวคือเทพเจ้าอันอมตะของเธอ ที่เธอถือเป็นเทวรูปปั้นที่เธอเองต้องกราบไหว้และเธอต้องถือว่า'เป็น'
คือ สิ่งที่เธอแสดงออกต่อผัวแบบนี้นั้น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตนี้เสมอไป
เนฟเคยสงสัยและอยากถามว่า
"ใครสอนเธอทำอย่างนี้กับผัวเธอ"
แต่เนฟฉุกคิดและสดุดหยุดอยู่"ไม่กล้าถาม!""
ในทุกวาระที่ผัวเธอแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา
นี่ที่เมืองจิ เป็นเรื่องราวในบทความหนึ่งนี้
มาที่กระเต็นของดอกกัญชา กร
ะเต็นคือชื่อของดอกกัญชา
ตอนที่มันโตจนมันแก่ใกล้จะตาย
จึงจะพบกระเต็น
น้อยคนจะเคยเห็นกระเต็นสดๆเว้นแต่คนปลูก และหมั่นดูแลเหมือนคนปลูกสวนผักพืชสวนครัวแบบโฮโดรโปนิกส์ เพื่อกินเองและเพื่อขายเท่านั้น
กระเต็นคือช่อดอกของกัญชามันมีทั้งตัวเมียตัวผู้และต้นกระเทย
แต่ต้นตัวเมียจะมีมากและชัดเจนกว่าถ้าจะหาดูกระเต็นของกัญชา
และเมื่อดอกแก่จัดในกระเต็นมีช่อดอกที่มีเมล็ดที่จะนำไปปลูกได้
นำไปสูบได้ ขายก็ดีที่เมืองที่ตำรวจและกฎหมายไม่จับ "ที่เมืองจินี้แพง แม้เสรีกัญชา"
หรือจะสกัดสารหลังจากการตากกนระเต็นให้แห้งสักระยะหนึ่ง
คนเมืองจิที่หมู่บ้านเขา"คิคู""
เขานำรากแก้วมาดองเหล้าดีกรีสูงๆหรือเหล้าที่ต้มกลั่นได้เอง เพื่อไว้ดื่มเป็นยาบำรุงสมรรถนะทางเพศอีกด้วย ดองไว้กินเองแต่ไม่ขาย
นัยยะว่า ตา"เมดิ"คนนี้
เมื่อเมียสาวของแกนัดผัวอาเฮียที่เธอจะนอนร่วมเพศด้วยกันคืนไหนแกจะถูกเมียแกบังคับให้แกกินเหล้าดองรากกัญชานี้ก่อนหนึ่งแก้วชา มิฉะนั้นเมียสาวของแกจะโกรธ
เมืองจิไม่มีนางโสเภณีเว้นโรงอาบอบนวดเยอะมาก ส่วนนวดชนิด"แฮปปี้แเอ็นดิ้ง"(happy ending) คือนวดแนวระนบด้วยเนฟไม่ได้ติดตาม
อนึ่งคนที่เมืองจิหมู่บ้าน"เชนวน หรืออีกชื่อหนึ่งว่า"ชวนเน"นั่นเขามีกฎว่าทุกคนผู้ชายต้องฝังมุก ถามว่ามีฝังมุกเพื่ออะไร?
ตา"เกวา" หัวเราะเมื่อถูกถามและแกตอบว่าไม่รู้
แต่เขาเชื่อกันว่ามันคือสิ่งที่ทำให้คู่นอนมีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะมุกที่ฝังไว้ที่ปลายอวัยวะเพศชายเเล้วขณะสอดเข้าไปมในรูของหญิงมันเป็นส่วนเกินที่จะไปถูไถอวัยวะเพศหญิงขณะนอนร่วมเพศกัน "ว่ากันงั้น"
แต่เนฟไม่สนใจสิ่งนี้
กระเต็น!
โตและทำได้ยากมากและต้องใช้เวลากว่าคนปลูกกัญชารอกว่าจะได้ดอกเป็นกระเต็น (หอยทากชอบมากวนสงสัยมันมาขอสูบด้วยน่ะ! มันชอบเลื้อยมาตามลำต้นในเวลากลางคืนสัตว์ตัวนี้ คนเมืองจิเรียกมันว่าตัว'ผีตากละ')
และที่สมบูรณ์เพราะมารคือพยาธิสภาพและแมงชอบมากัดกิน แม้ในกลางคืนจะมีมากมายหลายชนิด
อันนี้เกิดกับต้นใบต้นกระท่อมอีกด้วย แม้ต้นยาสูบถึงแก้และกันแมลงมากวนได้
แม้กระนั่นก็ยังไม่พร้อมเสมอว่าแก้และกันได้จริงแต่ทุเลาได้
และผู้เสพอีกหลายชนิดที่พบที่เมืองจิ
เนฟเน้นความมีชีวิตสมบูรณ์ ๆ คือการมีชีวิตติดดินได้แบบมีชีวิตแบบไม่มีการเติมเต็มด้วยผงชูรส
คือชีวิตแบบกินดื่มแบบเพียวๆแต่ชั้นเยี่ยมในตัวมันเองเช่นได้กินน้ำบ่อบาดาลสะอาด
เอาละ! ก็จะพามาเล่าให้ครูของเนฟฟังในเชิงวิจัยภาคสนาม ที่ห้องประชุมสอบหัวข้อนิพนธ์ต่อไป
แต่เนฟขอออกตัวว่าไม่มีความคิดเห็นตายตัวว่า"มันควรหรือไม่ควรจะอนุญาตใช้ได้เแบบสากลอาหา
ร"หรือไม่อันนี้แล้วแต่การศึกษาต่อยอดของนักวิชาการอื่นๆอีก ที่จะช่วยหาข้อยุติและตัดสินได้หรือไม่ได้ ต่อไปกับปัญหาที่มิใช่ปัญหาของกัญชากระท่อมฝิ่น ที่จะให้ถือว่าเป็นอาหารได้อย่างกาแฟจะได้หรือไม่เป็นแบบธรนมดาของ"สุขชีวินสมัยเป็น"
ยังมีกัญชาชนิดอัดแท่ง ทำเป็นพิเศษ
ฉะนั้นกระเต็นที่ปลูกแบบธรรมชาติ คนจึงนิยมทำมัน ปลูกมันและขายมันได้ราคาดี ราคางาม
และที่บางกลุ่มปฏิเสธสิ่งนี้
ที่ยืนยันว่ามันอันตรตราย
และแต่มันมีความเป็นสุดยอดของกัญชา"เซียนคยนหนึ่งชื่อ'มารูฮะราน'บอกมา"
ที่กระเต็นนี้เองที่คนชอบใช้สูบ
จะชอบและโปรดเป็นพิเศษก็ตรงจุดนี้ของกัญชา และการนำรากแก้วมันมาดองเหล้าดื่มก่อนนอนนี่เป็นเรื่องใหม่ที่เคยถูกปดปิด
แต่เนฟเชื่อว่า
งานกวีพจน์ชิ้นสำคัญนี้ของโลกมิได้เกิดมาจากสารเสพติดอะไรหรอกแล้วทำแล้ว จึงเปล่ง"วจีพจน์" ได้บรรลือและอุโฆษได้
เฉกเช่น เช่น ลำนำ คำกลอน ฉันท์ วรรณคดีอมตนิยายเป็นต้นว่าเป็นประดิษฐการ
ทางสมองสิงชั้นของคนมนุษย์ในระดับ2-3ชั้นที่มีสิ่งส่วนเหล่านี้ที่เรียกว่ากัญชานี้เป็นสื่อช่วยบันดาลให้เกิดเป็นอมตนิพนธ์ใดก็หาไม่
ที่สิ่งดังกล่าว"กระเต็น"อาจทำให้เกิดจินตนาการที่มีรูปทรงอันล้ำลึกและเลอค่า
คนอ่านแล้วอ่านอีกอย่างไม่ประหม่าและจืดจาง
คนอ่านติดใจในสำนวนจนคนรุ่นสมัยยุคต่อ ๆ มาติดใจมาก
แต่เนฟเชื่อว่า ส่วนเกินของกวีนิพนธ์เหล่านี้เกิดจากอัจฉริยภาพด้านอื่นๆเฉพาะธาตุแท้ของกวีนินพนธ์ในตัวท่านนั้นๆเองเสีย
มากกว่า แบบผลุดขึ้นมาเอง"ที่เนฟเชื่อ" ว่ามันคือ"อัจฉริยะเทพ"
อ้างถึงงานชิ้นหนึ่งเป็นตัวอย่าง
ที่เนฟได้มาและติดใจ และเนฟเห็นคนเขียนติดไว้ข้างฝา ไม้
เพราะติดใจงานนี้เสียจริงๆ แต่หาได้มีเวลาไปพลิกดูเพิ่มที่รายละเอียดอื่นไม่
ต่อมาก็อ่านอีกเพราะโน้ดที่ข้างฝาหัวนอนนั้น ดูๆแล้วมันยังไม่ลบออกไป แม้2ปีผ่านไป ด้วยความคงทนของสีชอลก์ขาว ข้าขอคารวะเจ้าชอก์ลขาวนั้นด้วย
และเนฟได้มารำพึงคิดถึงอปิโสด (episode)และ(E P )อันนี้อีก
เนฟจึงอยากยกมาอ้างดูให้เป็นบทเทียบเคียงนี้ขึ้นว่า"อิทธิพลของกัญชาหรือสารเสพติดใดๆที่อมจจะมีต่ออารมณ์ทางสมองและจินตนาการของกวีนิพนธ์หรือไม่
อาทิ เช่น เรื่องนี้ที่เนฟนำมารำลึกและพานมาอ่านพบอีกทีที่เมือง"จิ"ว่า
" ยามชิงหมิงฝนพรำ
ดั่งหัวใจผู้รอนแรมร่ำไห้
ใคร่พักโรงเตี้ยมอยู่หนใด
เด็กเลี้ยงวัวไซร้
ชี้ปลายทางหมู่บ้านชิงฮวา"
(กวีราชวงศ์ถัง ค.ศ.893-852)
งานอย่างนี้เป็นพรสวรรค์ของท่านผู้แต่งมิได้เกิดเพราะอาศัยยาเสพติดหรือเกิดเองจากธรรมชาติอันงดงามแห่งมโนธรรมจริงดั่งข้าขอ
โอกาสนึกเทียบเคียงไซร้ ที่ข้าขออภิวาทที่อาจจะสุดอภัยได้
หยั่งถึง
คนถ้ากินยาเสพติด มันก็เหมือนคนกินกาแฟเข้าไปแล้วมิติแห่งวันมันดีขึ้นนั่นเองตามมาที่"เนฟเชื่อ"
กรณีบทกวีข้างต้นสมัยราชวงศ์ถังนั่นแสดงว่า
คนแต่ก่อนท่านมีสมองคิดสองชั้น คนอ่านพบแล้วตีความยาวเหยียดไปได้อีกมากมายล้นที่จะคณนานับได้
นอกจากเนื้อหาตามที่ภาษาของท่านสื่อออกมาที่จึงมีชื่อมาถึงปัจจุบันได้นี้
ไม่มีใครกล้าคิดที่จะทำลายฉันทลักษณะนี้ลงได้ฉะนั้น