ลิเทล6(11407)
ทันใดนนั้น
เธอนั่งก้มกองยองแล้วค่อยๆพูด
ค่อยพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครือและ
จับมือสองข้างของมิคานไว้
ตอนนั้นมิคาาอยู่ในท่ายืน
หน้าเธอตอนนี้อยู่ตรงหน้าอวัยวะเพศที่เรียกว่า"ควย ศัพท์แสลง=cock= a g us=pinius)ของลอร์ดมิคานพอดี
มิคานคิดอยู่ในใจว่า"เธอคงจะไม่มีมุขตลกอะไรเกินไปกว่าจับมือแน่นอนนะ่ เพราะมิคานมนใจไม่ชอบอะไรที่ไปไกลกว่านี้นอกจากเมียบนเตียงนอน" แต่เปล่าหรอกมิคานคิดมากไปเอง เธอมิได้มีเจตนาคิดอะไรลึกถึงขนาดนั้น
และแล้วก็จริง ที่เธอไม่คิดทำอะไร? จริงๆแล้วลอร์ดมิคานกลั้วกลัวแทบตาย คือกลัวว่าเหตุประหลาดทางเพศจะเกิดขึ้น มิใช่เหตุฆาตกรรมลับๆอะไรที่กลัว แต่ถ้าเกิดมีจริงมิคานจะวิ่งเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆแล้วปิดประตูเอาไว้ ใครจะไปรู้เพราะเกิดอาการผีผเช้าหล่อนขึ้นมาแบบวรรณกรรมในหนังเรื่องเอดโซซิส(exorcist)
แต่เดชะบุญไม่เกิด"มโนธรรมนั้นมีจริง""มิคานคิดพึมพำอยู่ในใจ สรุปเป็นที่โชคดีไปที่ไม่มีอะไรเกิดนอกจากที่บอก และท้ายที่สุดได้ผลสรุปว่า
"ลอร์ดน้อยๆชื่อว่ามิคานคิดมากไปเอง"
ก็คิดว่าถ้าเกิดมันคงมห้พวกทาสได้พาไปทำเป็น
การบ้านแบบอาหารทางความคิดเป็นซีรีส์(series) หนังทำให้พวกเขาที่เกิดมาม่มีมี
เทวสิทธิ์(theological s n ook) อันเป็นสิทธิในเทวนิยมธรรมชาติที่เกิดมามีขึ้นทันที เหมือนที่จะทำให้พวกเขาพวกทาสและกรรมกร ป๊ทำงารแลกกันกับเงินเพื่อยังชีพ ขณะที่เราเกิดมามีทันที ไม่ต้องไปทำงานอะไรเพื่อแลกมา
"ใช่" ทางด้สนจิตวิทยาที่พอประเมินได้ และพวกเขาจะได้ลืม แผนการต่อต้านนายและนายทุน และตามมาด้วยอีปปิโสด(episode) ใหม่ชนิดหนึ่ง คือการเดินขบวนเรียกร้องค่าเเรงงาน และต้านเศรษฐกิจที่แปรปรวนมนฐานของภาวะเงินเฟ้อและฝืด ที่มันจัญไรต่อสังคมพวกเขาสุดๆ
ที่นับว่ามีอันเป็นกระแสนิยมในตอนนี้ และลอร์ดมิคานเชื่อว่า "สิ่งนี้อาจจะลามปาม ไปสู่การล้มล้างระบบเทวสิทธิ์เช่นระบบกษัตริย์นิยม การนิยมเจ้าทั้งมวลของโลกได้"
การคิดไปวิเคราะห์ไป แล้วลอร์ดมิคานก็เก็บไว้ในใจเงียบและปดปิดเสียไม่ไปตีแผ่เพื่อหลีกเลี่ยง
ความอื้อฉาวแลละอาจจะนำมาสู่การหมิ่นประมาทชนิดหนึ่งได้ที่ ทนายมืออาชีพอาจจะพาไปขยายความขายพวกสื่อพาดหัวข่าวทำธุรกิจ
ชนิดนึงขึ้นมาได้อย่างไม่มีเจตนา
"ลอร์ดมิคานคิดมากไปแต่มันไม่เสียหายอะไร
ในเมื่อคิดแล้วก็ลบทิ้งแต่มัน ทำให้มันเป็นอาหารทางความคิด(the food of thoughts )ที่เชื่อว่ามันคงมีมโนธรรมซ่อนเร้น อยู่ในตัวมันเองอีกด้วย
" ลอร์ดมิคานคิด"
จากภายใต้นอกสามศอกเหมือนเราๆ ได้ร่างเขียนคิดขึ้นจนทุกคนถูกใจที่ลอร์ดมิคทนสมญานามให้ใหม่ว่าเป็นลัทธิเทวนิยมใหม่(n e -theo l o gy plot)ขึ้นมา()ภายใต้หัวข้อเทวสิทธิ์อันเป็นเทวสิมธิ์ใหม่ ที่ชื่อว่าสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ ที่ทุกฉบับของมนุษยชาติได่เจตจำนงตราขึ้น
จนเป็นแฟชั่น(fashions show) แล้ว
เป็นการก้าวย่างสู่ยุคขุนนางใหม่ ยุคกษัตริย์ใหม่ในหมู่ชนอย่างใหม่ อย่างไปได้อีกช้อต(shot) นึงเป็นแน่ อย่างเป็นที่ถูกอกถูกใจกันแม้ท้องของทุกคนชีวิต จะยังคงโอดหิวข้าวทุกมื้อต่อไปเหมือนเดิมก็ตามทีเถิด
ลอร์ด มิคานโดยส่วนตัวนั้น อ่อนโลกและไม่เป็นคนซาดิสต์(sadistic-bugler) ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ นับจากวัยที่มิคาน มีเค้านมที่ตั้งพานขึ้นแล้วมา จวบจนและแล้ว แม้ตนเองจะถูกเพาะเลี้ยงมาจากระบบเด็กในพานทองก็ตาม
และแม้การเป็นเด็กในพานทองก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่จะต้องเป็นซาดิสซ์เสมอไปเมื่อโตขึ้น
ต่อมา:-
แต่แล้วเธอก็พูดพึมพำไปว่า:-
"ถ้าเธอยอมรัยฉันเป็ยเพพื่อนของฉัน ๆ
จะยกและตั้งให้ให้เธอเป็นลอร์ดชนิดไม่ทรงกรมผู้ที่ไม่อาภัพอีกต่อไป
"เธอว่างัยจะเอามั้ย" หล่อนถามด้วยเสียงผู้ดีโบราณนิดๆ
"เคาเตสสโลเนียถามมิคาน"
และฉันจะตตั้งให้เธอเป็นเจ้าชายในดวงใจฉัน โดยที่เราไม่ต้องมีอะไรต่อกันในทางชู้สาว แต่ขออย่างเดียวเราเป็นเพื่อนรักกันเท่านั้นพอ"
ว่างัยถ้าคุณไม่ถือ "หล่อนกล่าวในที่สุด"
เธอพูดจบแล้วขู่โจมเข้าหอมแก้มดังจุ๊บๆ ที่หน้าผากมิคานหนึ่งที
และอีกที เสียงดัง"ฝอดๆ"
อย่างแผ่วเบาที่แก้มข้างขวาของมิคาน
เหมือนการหอมแก้มแมวจูบจมูกแมวตัวโปรดยังงั้น มิคทนหน้าแดงแำพร้อมตกกระใจไปหมดเลย
และเอามือตัวเองมาลูบแก้มรอยจากจูบของหล่อนและอึ้งคิดไปพลาง
และลอร์ดมิคานพลางคิดอบู่ในใจว่า
"ลอร์ดลิเทลมิได้พาเรามางานราตรีสโมสรคืนนี้เพื่อสิ่งนี้แน่นอน!" แต่นี่เป็นเหตุบังเอิญแน่ๆ และจริงแท้
และบัดเดี๋ยวนั้นต่อมา
แล้วเธอก็รีบผละออกจากตัวมิานเดินลงบันไดไปจากหน้าห้องของมิคาน
ตอนนั้นเชื่อว่าลอร์ดลิเทลยังไม่ตื่น และไม่ได้ยินแอบดูงี่ยหูฟังว่มีฆาตกรรมพิสดารอะไรอาจจะเกิดขึ้นในคืนนี้กับมิคานหรือไม่เท่านั่น
ถ้าการแอบดูคนอื่น นั้นเพราะปกติการแอบดูมันมิใช่วิสัยของลอร์ดที่จะทำ
แต่ว่าอาจจะเกรงกลัวว่า"ทำอะไรกันที่ไหนอย่าง
ไร""เป็นเชิงมีเหตุฆาตกรรมพิสดารอะไร ถ้ามีการกระทำจริง ตนเองจะได้หาทางออกที่ดีต่อไป
ลอร์ดลิเทลก็ตั้งใจจะดูอะไร ก็จะเปิดเผยตนเองแบบไม่ต้อง"แอบ"นี้คือวิสัยของคนมีศักดินาเป็นท่านลอร์ด
ส่วนลอร์ดลิเทลคาดว่าวันพรุ่งคงจะต้องนอนตื่นสายเพราะอดนอนจนหนังตาปิด ให้ตื่นแต่วันตามปกติวิสัย
และเพราะลอร์ดลิเทลไม่ชอบและ"ไม่ชอบทำอะไรที่ฝืนตนเอง"และจวบกับที่เหนื่อยมากกับค่ำคืนของราตรีสโมสรที่ผ่านไป
การชมธรรมชาติในยามเช้าตลอดถึงภูเขาเขียวที่ริมปราสาทคูเซอร์
ธรรมชาติของผีเสื้อและนกป่าจำนวนมากและหงส์ฟ้าคู่ตัวชอนเล่นน้ำกอดกันกลางสระหย่อมในปราสาท คูเซอร์ ลอร์ดลิเทลก็ไม่สนใจ
สิ่วเหล่านี้"นกยามเช้าที่มิคานสุดชอบ"แต่ลอร์ลิเทลกลับชอบบรรยากาศอาสาขช่วยพวกทาสสมทบช่วยกันทำความสะอาดปราสาทคูเซอร์ หลังเสร็จงานราตรีสโมสรวิทวัสเสร็จ เสียมากกว่า
และไม่ชอบจะไปขอเอาแรงจากลอร์ดมิคานมาช่วยอีกด้วย เพราะอยากให้เกิดขี้นเองแบบสมัครใจ นั่นคือธาตุแท้ของลอร์ดลิเทล จนต่อมาประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ว่า หลังจากที่ลอร์ดลิเทลตายลง จึงเกิดลัทธิลิเทล(litellism)ขึ้นมาให้เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน
ลัมธิลิเทลคือ การมีชีวิตอันบริสุทธิ์ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดใดเมื่อทำกับใครใครมา และการกระทำนั้นต้องไม่ขัดเจคนารมณ์ หรือฝืนใจใครอื่
นมาช่วยทำทั้งสิ้น เป็นหลักการทำงานและเป็นธรรมาภิบาลของ"ลัทธิลิเทล"นี้สืบต่อๆมา
และในการที่ลอร์ดลิเทลจะไปถ้ำมองหรือสงสัย
อะไรและจะไปแอบบดูใครมี"ซัมซิ่งรอง" (something wrong) กันนั่น"มันผิด"
สำหรับลอร์ดลิเทล "เว้นการร้องไห้ การขอความช่วยเหลือเกิดขึ้น การเอะอะโวบวายเกินเหตุมีการบาดเจ็บ และการตายเกิดขึ้นซึ่งหน้าลอร์ดลิเทลจึงจะหันมามอง และที่สำคัญคือมีอาวุธปืนยาวมิใข่เพื่อแก้เผ็ดหรือการฆ่า แบบจะฆ่าเสือโคร่งดุกระโจนมาจะกินคน"
แต่ลอร์ดลิเทลมีปืนลูกซองคู่ชีวิตก็เพื่อไว้ป้องกันตนเองเท่านั้น นั่นคือธรรมชาติที่ลอร์ดลิเทล"เป็น"และ"มี"
และสืบต่อมาก็เชื่อกันว่าคุกทุกวันนี้ที่"เมืองโนวา" ก็มีไว้ทีเรียกว่า เป็นอย่างเปลือภาษีของรัฐและประชาชน ก็เพี่อมีไว้เพื่อที่จะจองจำคนที่ไม่มี
นิสัยเหมืแน"ลอร์ดลิเทล"เท่านั่นเอง
พวกชาวเมืองโนวาจึงคิดที่มีคุกตะรางนั้นไว้
ลอน์ดลิเทลไม่ชอบนอนตื่นสาย และ ที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ก็จะไม่สนใจที่จะได้ยินเสียงนกพูดกัน เหมือนกับตอนนอนแล้วได้ตื่นมาแต่วันแต่ละวันแต่เชิญ"นกร้องตามใจชอบ"
ที่ลอร์ดลิเทลไม่ชอบฟังเพราะสมาธิ"จิตอาสา" ที่คุกรุ่นอยู่ในใจของลิเทลต่างหากและลอร์ดลิเทลคิดเก็งกำไรจากความดีสากลชนิดซุมมุม-โบนุม(Summum bonum)ที่มีและมีมากกว่า นั่นคือความดีสูงสุดนี้ต่างหาก
ที่มันมากลบเกลิ่อนความชอบเสียงนกร้องตอนเช้า ให้หมดไป จากการหยุดฟังเสียนกและฝนร่วงพรำโปรยในตอนเข้าตรู่เหตุกาณ์นั้นๆไปหมดสิ้น"ก็เท่านั้นเองเป็นเหตุผล"
และตัวนกกรงหัวจุกเขาที่นกชนิดนี้
ที่เป็นนกชอบปลุกคนตื่นในตอนเช้าบนต้นไม้ ด้วยเสียงนิ้มนิ่ม! นั่นคือช่วงเวลาที่ลอร์ดมิคานชอบที่สุด และก็ไม่ว่าอะไรหรือถือโทษอะไรกับ"นกปลุกตื่น=นกกรงหัวจุกเขา"ชนิดนี้มาทำกวนใจอะไรก็ไม่
เพราะจะได้เสพธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่จะทำให้ร่างกายมีกำลังและอ่บอุ่นและอายุยืนไม่เจ็บป่วย
และที่ดีมากคือไม่ต้องเสียเงินเสียทองไปแลกซื้อมา
ลอร์ดมิคานเริ่มมาคิดทบทวนใหม่ เพราะจากเหตุการณ์เมื่อตะกี้ ที่ทำให้ตนเองมีสติ-สตังค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปหมดเกลี้ยง"สาบานได้""
จึงคิดว่า
เมื่อสักครู่ท่านเคาน์เตสพูดอะไรกับเราไปบ้าง เพราะประสาทตื่นตัวไม่ไว เนื่องจากตนมีนิสัยอ่อนเลข แต่ประสาทตนเองตอนนั้น มีสมาธิกัลการงัวเวียกับความหลับเสียมากกว่า
ที่หลับๆตื่นๆที่ยังไม่ค่อยจะเต็มอิ่มเป็นสำคัญหรอก!
"มิใช่อะไร"
อ๋อคิดได้แล้วก่อนเธอจะผละไปอย่างฉับไว
มิคานจึงได้ถามที่อยู่เธอว่า "เธออยู่ที่ไหนแล้วถ้าว่างในวันของช่วงใดผมมิคานจะไปหา หรือแวะชวนไปหา"กินน้ำค้างกันที่เทือกเขาโอเฟอัน
แสนสนุกกัน
มิคานกำลังทบทวนความคิด
อีกสักครู่ต่อมา
จึงคิดได้ว่า
"แต่เปล่าามิคานไม่ได้ถามหรือเสนออะไรเธออย่างนั้น""
"แม้ชื่อเล่นของเธอ มิคานก็ไม่ได้ถาม""
เพราะโลกของลอร์ดมันไม่ได้อยูกับเฟส(facebook) หรือไลน์(line)อะไรกัน ดังที่ชาวโลกนิยมเป็นกัน ฉะนั้นจะรู้อะไรอย่างไร ก็ครั้งเดียวรู้เรื่อง "ชั่วเพียงแป๊ปเดียวที่พบกัน"และกัแล้วก็หมดกันไป ทำนอง จากกันไปแล้วไปเลย
จะพบกันอีกที่ไหน คงไม่มีอีกอาจจะเป็นชาติต่อไปก็ได้สำหรับพวกเรา
เพราะธรรมดาลอร์ด จะไม่ยินดียินร้ายกับโลกภายนอก นอกจากที่อยู่ที่กินนื่นอนที่เรียน
ที่อ่านหนังสือ หรือที่เป็นอันเป็นส่วนเฉพาะตัว
ที่สืบสายโลหิตกันมาแต่บรรพบุรุษโป้น!
แต่ชืาแเาเตรสั้นเป็นชื่ออื่ปักที่น่าอกที่งานราตรีวิทววัส ทุกคนที่มางานนี้ ต้องมีชื่อแตอดที่กนเาแกืุกคนกันมีเหตุร้ายจะได้รู้ว่าใคร
เป็นใคร
"แต่ก็ไม่เคยทีเหตุร้ายทที่ปราสาท"คู
เซอร์แม้ในยามสงคราม" แต่ทุกครั้งที่มีงานต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันเสมอ เพราะตามประวัติที่นี่เคยมีผีดุและเป็นรังแม่มดดุจรังต่อหลุมมาก่อน
ในสมับโบราณตอนนี้ที่มีอันศิริวิไลซ์มากสุด
คือผีเสื้อยักษ์มีตานางพญาผีไฟที่ปีกและผีเสื้อแคระตัวปีกสีหลืองธรรมดาและกระแตหางดำเท่านั้น
กระแตหางดำมันเป็นสัตว์น่ารัก ตัวเล็กกว่ากระรอก และกระจ้อน มิคานพบว่ามันเหมือนกับกระแตในภาพวสดของจีนโบราณ
คนที่ไท่มีชิ่แตดที่หนเาแกแสดงว่าเป็นึาปแลกหร้าเจ้ามส
และก็มิคานฟรึ่วคนในจำนวนนั้นและลอร์ดกลอเทบื่ไทไม่ขิรแตอดที่น่แด
เพราทถกึนรูตักบอร์ดมิเทลดี
ะอสายพต่อมา
อาการเมีบริการไว้อย่างดี
แบบช่วยตนเองสุดแล้วแต่สคนด็แยกย้ายกลียไม่ทมีการจูบอพบ่กัน และไม่ทีเมียบริการหรือมีครึ่งทาง ทีนี่เป็นสวรรค์ของคนมีพรหมจรรย์จริงๆ
ต่สงคยต่สไหและลิเทลก็จะพามิคานมาบ้านที่ปราร
สาทโนวาต่อไป
ลอร์ดมิคาน
หลังจากถูกยกให้เป็นลอร์ดนิรนา
ม(the lord of pretender) ในเคาน์เตสสะโลเนีย(countess of S
L o d o n i a )แล้วในค่ำคืนงานราตรีสโมสรวิทวัสนั้น(คำว่าวิทวัสเป็นนิคแนมของงานราตรีสโมสรครั้งนี้ และยกให้เป็นเกียรติแด่ลอร์ดลิเทลที่พาลอดร์ดแปลกหน้าและเป็นลอร์ดนิรนามมาด้วยเท่านั้น เสนอชื่อคำว่าวิทวัสต่อสร้อยคำว่าราตรีสโมรสรนี้โดยลอร์ครูเชผู้อาวุโสท่าน"
โดยงานครั้งให้ทุกคนถือว่าคือวันนี้นี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์แรก ที่สมาชิกท่าหนึ่งของงานได้นำคนแปลกหน้าเข้ามาในงาน ของปราสาทคูเซอร์นับมา2,000ปีที่มีการกำหนดจัดงานราตรีนี้เป็นที่ทำเป็นประจำปี)
ความตั้งใจจริงของท่านคือ
เพื่อมิคานจะได้เป็นเอกลักษณ์แห่งความเมตตาจากขุนนางผู้อ่อนโยนแต่เถนตรง อย่างท่าน
ที่พวกทาสน้อยคนจะเข้าใจได้ดีในเรื่องนี้
"มันเป็นวิชาสปิริตของลอร์ด คำว่าสปอริตในที่นี้มิไดสื่อว่าเป็นเห้ลารสแรง แต่สื่อว่าสปิริตคือคำที่สื่อเป็นพลังมโนธรรมในใจที่คนอย่างลอร์ดมี"
ไปกว่าท่านเคาน์เตสส์แห่งสะโลดอเนีย และความเข้าใจของลอร์ดมิคานเอง ที่เข้าใจในตัวท่าน มิใช่เพราะว่าท่านสวยและเลอสรวง ขาว และสะโอดสะองค์และเป็นเลดีชิป(ladyship )อย่างสง่างาม และผิวเนื้อนั้นนุ่มปานสำลี
ลอร์มิคานจึงชมเชยท่าน มิใช่ใคร่ในตัวท่านหญิงแต่อย่างใด เมื่อพบพานสิ่งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตจริง "ที่มิได้มโนเอาเอง"
และทางฝั่งมิคานหรือก็ใช่ว่า ที่ถูกนิรนามให้เป็นลอร์ดเพราะสาเหตุที่ลอร์มิคานรูปหล่อ สมาร์มใหมู่ชนเมื่อออกสังคมน้อยใหญ่
และกอร์ปกับเป็นคนเงียบและเป็นมนุษย์มีความจริงใจต่อความจริงปรากฏ และเป็นคนมีธรรมชาติที่ขยันซื่อสัยย์ต่อหน้าที่ ไม่ละเว้นหรือละเลยสิ่งที่ตนเองต้องรับผิดชอบ อันมีสถานะชั่วและดี และความขาวขาวดำๆ อื่นใดๆทั้งสิ้นที่ประชิดมาเสนอให้ตนเอง นอกจากข้าวบาร์เลย์ที่สุกแล้วต้องกินมันเมื่อหิว แต่มิคาาสามารถอดได้เมื่อวารมีภารกิจสำคัญมาถึง เช่นในสงคราม
หรือวันมีนัดกับแเฟน(fan -f c =friend club)และเพื่อนรักสุดๆใด
ที่ลอร์ดมิคานได้มีโอกาส ก็จะรับผิดชอบอย่างสุดใจขาดดิ้นแต่ละมุนและไม่แสดงออกเป็นอาการของมนุษย์ปกติ
การ ที่จะแสวงหาปรัชญาธรรมอันล้ำลึก และลอร์ดมิคานนั้นรูปทรงสวย และก็สวย มีทรงจมูกโด่ง คิ้วงามเหมือนกระเทยที่แต่งตัวลักเพศใดๆ แต่ที่จริงลอร์ดมิคานเป็นเช่นนั้นเองโดยธรรมชาติคือเป็นผู้ช่ายเต็มตัวมีความเป็นแมนแฃะเลดี้เฟิร์ท(man&lady first styl
i s t i c ) แม้ว่ามิคานดูแต่จะคล้ายๆกับผู้หญิงเท่านั้นที่น่าจะเรียกลอร์ดมิคานว่าเป็น "เอกลักษณ์ของเอกบุรุษ"
จริงๆ
และที่สำคัญที่สุดคือลอร์ดมิคานไม่เป็นคนพิกลพิการอะไร เช่น ตาบอดหูหนวก ง่อยเปลี้ยเสียแขนขา ฟันขาวสะอาดสมบูรณ์ทุกซี่เป็น
และที่สำคัญในบทบาทเพศวิถีวิสัยระหว่างเพศ
ถ้าท่านลอร์ดมิคานสามารถมีโอกาสทำอะไรที่ต้องใช้อวัยวเพศเป็นสื่อพลกำลังชายทีทถาโถมไปข้างหน้าอย่าง
วัวกระทิงทำเมื่อถึงวาระจำเป็นแม้มิคามมีสิ่งนี้ แต่ก็แอบปกปิดและซ่อนเร้นเอาไว้เสมอ ดุจดาบในฝักของอัศวินและปัญญา
" ใช่" ก็จะทำหน้าที่นี้ได้ดีบนเตียงนอนกับเพศหญิงได้ดีที่สุดทุกเมื่อ เมื่อทุกอย่างลงตัว แม้ทาสหลายคนในกลุ่มผู้รับใช้แห่ง"สะโลดาเนีย"จะสงสัยและต่างก็ไม่เชื่อว่าทั้งสองไม่เคยมีอะไรกัน" เช่น"สีสงคา"ทาสผู้ใกล้ชิดประจำตัวในท่านเคาเตสคนหนึ่งละ!
ที่ไม่อยากจงใจเชื่อในเรื่องนี้ เพราะเธอพบว่าลอร์ดมิคานกับท่านเคาเตสแห่งสะโลดอเนียชอบใช้ชีวิตลับอยู่กับลอร์ดมิคานเสมอ ด้วยกันสองต่อสอง เมิ่อได้มีโอกาสพบกันเป็นเวลา3ถึง4ชั่วโมงในห้องส่วนตัวของท่านหญิง และมิหนำซ้ำทั้งสองยังปิดประตูใส่ลงกลอนอีกด้วย ยามได้พบกัน
"ที่นางทาสหญิงชื่อว่า"สีสงคา"เคยเห็นและตั้งข้อสังเกตไว้แต่เธอก็จงใจปกปิดมิให้ใครรู้ เพราะเป็นธรรมเนียมอันดีงามของทาสประจำวัง
แม้ว่าสีสงคาจะมีปรัชญาว่า "มนุษย์ก็คือมนุษย์ มันเหมือนกันหมดในเรื่องความต้องการในรสแห่งกามคุณ เพราะสีสงคาเชื่อว่า กามคุณไม่มีเชื้อชาติ ศาสนาและชนชั้นและพรมแดน
อันเป็นปรัขญาแม่บทของ"สิงสังคา "ทาสผู้โง่เขลา
แต่สำหรับลอร์ดมิคานและลอร์ดอื่นและขุนนางกลับคิดตรงกันข้ามในปรัชญาแม่วทขงสิงสงคา โดยเฉพาะสำหรับท่านหญิง"สโลดอเนีย""
"ใช่" มันเป็นมรรยาทที่ทาสแห่งสะโลดอเนีย ที่จะไม่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นเป็นนิสัยสมบัติแม้ไม่จำเป็นต้องฝึกพร่ำสอนและติเตียนและดุด่าอย่างเป็นกฎหมาย แต่มันก็เป็นทั้งวัฒนธรรมและทั้งประเพณี (c u st o m s )
ของทาสและควรจะเป็นเอกลักษณ์ประจำตีวของมนุษย์
ทาสหญิงที่ชื่อว่า"สิงสังคา" จึงไม่รู้ความจริงและความเป็นไปของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์พิเศษคู่นี้ไป แต่ทาสรายอื่ยสงสัยเหมือนกันแต่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด คือเป็นยี่ภู่(ทาสเรียงหมอนปูทำที่นอนปนะจำตัวทำให้ขุนนาง)และเป็นต้นห้องให้ท่านหญิงนั่นเอง
ถามว่าชายกับหญิงเข้าในห้องส่วนตัวมีความเป็นสองต่อสอง ใน ห้องที่ปิดมิดชิดใส่ลงกลอนทำอะไรกันต่อจากนั้น
" เทพเจ้าแห่งความลับ"ขอเสียนิสัยตอบและตอบแทนข้อสงสัยว่า "ทั้งคู่ใช้เวลานวดเฟ้นให้แก่กันและกันด้วยร่างเปลือยเปล่า ชนิดมิใช่ผลัดกันนวดและผลัดกันนาบแต่ประการใด
และเรือนร่างของทั้งสองมันเต่งตึง ใหม่เอี่ยม
ในทั้งคู่อยู่ในสภาวะ และในสถานะวัยเบญจเพศของมนุษย์เป็นเครื่องยืนยัน คือเปรียบสเหมือนคืนที่คู่สมรสแรกแห่งคืนส่งตัวเข้าเรือนหอเป็นแต่ เป็นแค่ทว่าสองคนนี้ไม่เคย
มีเพศสัมพันธ์กันเลยมนทุกๆกรณี
อย่างที่ปกติมนุษย์จะเป็นและ"ไม่มีเหลือ"
และไม่มีใครจะอดเสียมิได้เมื่อหญิงกับชาย
มีโอกาสอยู่ด้วยกันลักษณะและสภาพนี้
อยู่ในสภาพนี้และในสถานการณ์เช่นนี้นี้
คือถ้าไม่ร่วมเพศกันก็มีฆาตกรรมเกิดขึ้นเป็นโศลกเท่านั้น
ถามว่า"เชื่อหรือไม่เขื่อ" เมื่อถูกเทพเจ้าแห่งความสงสัยเฉลยแบบนี้
คำตอบมีว่า"ถ้ามีค่าแห่งความสงสัยเกิดต่อไปอีกกะใครๆ!
คำตอบมีอีกมิใช่ไม่มี!
คือไม่อยากคอยข้อสรุปอื่นใดอีก
นั่นคิอมีคำตอบว่า
"สุดแท้แต่จะคิดกัน"
หรือมีผีให้ตำรวจมาพิสูจน์การตายถ้ามีสาเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นจริงในวันพรุ่งเท่านั้นเป็รคำตอบหรือรอเวลาระยะหนุ่งฝ่ายหญิงจะท้องโตพุงป่องขึ้นมา แต่กรณีนี้มียาคุม แต่มีมโนคจิอย่างหนึ่งปรจำ"ปราสาทสะโลดอเนีย" คือว่าที่บ้านและวังของท่านขุนนางท่านนี้ผู้ใดก็ตามยกเว้นทาส"ห้ามใช้ยาคุมกำเนิดหลังภารกิจหรือเสร็จกิจทาวเพศเด็ดขาดและมีข้อบังคับห้ามใข้ถุงยางสำหรับเพศขายอีกด้วยเป็นบรรทัดฐานที่
ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น